เซ็นทรัลปั้น‘คิส’เขย่าบิวตี้สโตร์ ปูพรม 30 สาขาลั่นชิงเบอร์ 1

ธาพิดา นรพัลลภ กรรมการผู้จัดการ คิส บิวตี้ สโตร์ ในเครือกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล กล่าวว่า พอร์ตธุรกิจบิวตี้ เป็นหนึ่่งกลุ่มสินค้าหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ให้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลคิดเป็นสัดส่วน 24.5% โดยลูกค้าใช้จ่ายเฉลี่ย 4,000 บาทต่อคนต่อครั้ง ขณะที่ฐานผู้บริโภคส่วนใหญ่อายุตั้งแต่ 30-45 ปีขึ้นไป เป็นทั้ง “ช่องว่าง” และ โอกาส!! ในการขยายตลาดเจาะกลุ่มมิลเลนเนียลส์  (Millennials) ซึ่งเป็นกำลังซื้อสำคัญของสินค้าความงามทั้งในไทยและทั่วโลก 

จากผลการสำรวจ ตลาดเครื่องสำอางของโลก (ยูโรมอนิเตอร์) ปีที่ผ่านมามีมูลค่า “15 ล้านล้านบาท” เติบโต 4% ขณะที่ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทย มีมูลค่า 2.2 แสนล้านบาท เติบโต 7.4% จากปีก่อนหน้า 

เฉพาะผลิตภัณฑ์ความงามของไทย กลุ่มดูแลผิวพรรณ มีสัดส่วน 39% ทำความสะอาดร่างกาย 31% ผม 14% เครื่องสำอาง 12% และน้ำหอม 4%  มีกลุ่มลูกค้าหลักอายุ 25-34 ปี หรือกลุ่มมิลเลนเนียลส์ ซึ่งอยู่ในช่วงวัยเริ่มทำงาน ครองสัดส่วน 43%  

เป็นที่มาของการปลุกปั้นเรือธงใหม่ “คิส บิวตี้ สโตร์” ในคอนเซปต์ ดิ อัลติเมท บิวตี้ เดสทิเนชั่น  รองรับไลฟ์สไตล์สาวยุคใหม่ วางเป้าหมายเจาะกลุ่มมิลเลนเนียลส์ชาวไทย 85% นักท่องเที่ยวต่างชาติ 15%

“KIS  มาจากคำว่า Keep in Style เราเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนล้วนมีเสน่ห์และความงามที่ซ่อนอยู่ในตัวเองแตกต่างกันไป ทุกคนอยากมีสไตล์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียลส์ ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดในส่วนแบ่งตลาดสินค้าความงาม KIS จึงเข้ามาเติมเต็ม”

ปีนี้ คิส บิวตี้ สโตร์ ใช้งบ 170 ล้านบาท เปิดบริการ 3 สาขา ประเดิม “เซ็นทรัลเวิลด์” พื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ตามมาด้วยเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว และห้างสรรพสินค้าเซน วางสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายคิดเป็นเครื่องสำอาง 60% ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ 30% และน้ำหอม 10%

ภายใน 5 ปี ตั้งเป้าหมายขยายสาขา 30 แห่งทั้งในเครือข่ายศูนย์การค้าเซ็นทรัล และสแตนอะโลน ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวอาทิ ภูเก็ต ป่าตอง เชียงใหม่ ฯลฯ ในสิ้นปี 2566 คาดมียอดขายรวม 3,500 ล้านบาท ก้าวสู่ผู้นำธุรกิจมัลติแบรนด์บิวตี้สโตร์เมืองไทย

อย่างไรก็ดี สมรภูมิ มัลติแบรนด์บิวตี้สโตร์!! ในเมืองไทยเวลานี้ร้อนระอุทีเดียวจาก “ผู้เล่น” จำนวนมากต่างเร่งขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง “คิส บิวตี้ สโตร์” มั่นใจในจุดขายความหลากหลายของสินค้า 800 แบรนด์ กว่า 80,000 ไอเท็ม ซึ่งมีแบรนด์ที่แตกต่างจากคู่แข่งชัดเจนถึง 10%  มีแบรนด์ไฮไลท์ อย่าง ชาแนล, ลาแมร์, โจมาโลน ลอนดอน และ ทรี จำหน่ายครั้งแรกในมัลติแบรนด์บิวตี้สโตร์ ขณะที่ “ดิออร์” นำเครื่องสำอาง Dior Backstage มาเป็นไฮไลท์ ยังมีแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟ เช่น Antipodes, Glow Lab, Skinfood New Zealand, Solimara Sunscreen, Comvita, Heylo 

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/846118

Related links