เจดับเบิ้ลยูดี ผนึกยักษ์โลจิสติกส์กิมจิ รุกอาเซียน

ธุรกิจโลจิสติกส์ในไทยยังเนื้อหอมไม่หยุดแม้จะมีผู้เล่นจากต่างชาติ ดาหน้าเข้ามาปักธงไม่ขาดสาย ตั้งแต่ เคอรี่ จากประเทศฮ่องกง ที่เข้ามาทำตลาดในไทยกว่า 10 ปีจนเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจค้าขายออนไลน์ รวมไปถึงผู้เล่นหน้าใหม่ เบสท์ โลจิสติกส์ บริษัทในเครือ อาลีบาบา จากจีน ก็เข้ามาชิมลางรุกพัฒนาโมเดลแฟรนไชส์ให้ท้องถิ่นดูแล ล่าสุด ซีเจ ยักษ์ใหญ่โลจิสติกส์สัญชาติเกาหลี ผนึกพันธมิตรสัญชาติไทย เจดับเบิ้ลยูดี ชิงเค้กส่วนแบ่งจากการบริการอีคอมเมิร์ซที่ยังโตร้อนแรง

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD เปิดเผยถึงแผนรุกสู่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรว่า ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจรับมือการแข่งขันของธุรกิจโลจิสติกส์ที่รุนแรงมากขึ้น และอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงจากยุคดิจิทัล (Digital Disruption) ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

โดยได้จัดกลุ่มธุรกิจที่จะบริการโลจิสติกส์อย่างครบวงจร ทั้งในและอาเซียน ให้สอดคล้องกับเทรนด์ธุรกิจที่มาแรงในปี 2563 คือ ขนส่งและโลจิสติกส์, อีคอมเมิร์ซ, อาหารและเครื่องดื่ม, อาหารเสริมและสุขภาพ, เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น

นอกจากนี้ ในช่วงผ่านมายังได้สร้างเครือข่ายกับพันธมิตรในต่างประเทศ 9 ประเทศ ประกอบด้วย เมียนมา, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และไต้หวัน ซึ่งการสร้างเครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญในการขยายช่องทางการพัฒนาธุรกิจธุรกิจและการบริการเข้าสู่กลุ่มประเทศที่เข้าไปสร้างพันธมิตร

“ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงสร้างเครือข่าย ขณะที่ปีนี้เป็นปีแห่งการพัฒนาธุรกิจ สร้างยอดขาย จากเครือข่ายและช่องทางในการเข้าไปร่วมทุน โดยในปีที่ผ่านมา ใช้เงินลงทุน 1,200 ล้านบาท สำหรับซื้อหุ้นในการพัฒนาธุรกิจ 2-3 ดีล มูลค่า 700-800 ล้านบาท และขยายการพัฒนาธุรกิจห้องเย็นอีก 400-500 ล้านบาท”

เขายังกล่าวว่า จิกซอว์สำคัญในการรุกตลาดอาเซียนคือ การผนึกกับ ซีเจ โลจิสติกส์ (CJ Logistics) ธุรกิจโลจิสติกส์รายใหญ่จากเกาหลีใต้ โดยปลายปีที่ผ่านมา ได้จัดตั้งบริษัทใหม่ มีทุนจดทะเบียน2ล้านบาท โดยซีเจ โลจิสติกส์ ประเทศไทย ถือหุ้น51%และเจดับเบิ้ลยูดี ถือหุ้น49% โดยเป็นการร่วมใช้ทรัพยากรและขยายโอกาสการรุกตลาดในอาเซียน ที่ผ่านมาซีเจฯ ยังได้เข้าไปซื้อธุรกิจโลจิสติกส์ Gemadept เบอร์หนึ่งโลจิสติกส์ในเวียดนาม และเข้าไปซื้อหุ้นบริษัทโลจิสติกส์ในมาเลเซียและสิงคโปร์ ส่งผลทำให้กลุ่มธุรกิจเจดับเบิ้ลยูดีมีเครือข่ายในการลงทุนใน 3 ประเทศนี้ไปโดยปริยาย

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจซีเจฯ ยังลงทุนจุดกระจายสินค้า โดยก่อสร้างคลังสินค้าที่ย่านบางนา กิโลเมตร (กม.) 10 พื้นที่กว่า 71,900 ตารางเมตร(ตร.ม.) ที่จะเปิดบริการในเดือนพ.ค.ปีนี้ พร้อมขยายรถขนส่งกระจายสินค้า 2,000คัน ในปีหน้า รองรับการจัดส่งพัสดุได้มากกว่า 4 แสนชิ้นต่อวัน

เขายังกล่าวเสริมว่า ปัจจัยที่ทำให้ซีเจฯจากเกาหลีมารุกธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทย เพราะได้วิจัยตลาดก่อนเข้ามาลงทุนพบว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยมีโอกาสเติบโตสูงจากปัจจุบันถึงปีละ 30%ภายใน 10 ปี ข้างหน้า นั่นหมายถึงโอกาสเข้าไปบริการโดยไม่ต้องชิงการแข่งขันกับผู้เล่นในตลาดอยู่แล้ว

สำหรับกลุ่มธุรกิจของเจดับเบิ้ลยูดีี มีทั้งหมด 4 แกนหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจโลจิสติกส์ ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ 70% เพิ่มบริการที่หลากหลายเพื่อครอบคลุมบริการครบวงจรรองรับลูกค้าทั้งแบบธุรกิจ(B2B)และลูกค้ารายย่อย (B2C)อาทิ การขนส่งเครื่องจักรกลหนักที่ตอบรับโครงการลงทุนต่างๆ ในอีอีซี

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

Related links